แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Blog สาระน่ารู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Blog สาระน่ารู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552

ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน



ในปัจจุบันสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ ทั้งภายในประเทศและในท้องถิ่นมีแนวโน้ม
ถูกทำลายเพิ่ม มากขึ้น ในขณะเดียวกัน สิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรม (ที่มนุษย์สร้างขึ้น)
กลับเพิ่มมาแทนมากขึ้นเป็นลำดับ ทั้งนี้เนื่องจาก ในปัจจุบันจำนวนประชากรมนุษย์เพิ่ม
ขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการประดิษฐ์และพัฒนาเทคโนโลยี มาใช้อำนวยประโยชน์ต่อมนุษย์
เพิ่มมากขึ้น ผลจากการทำลายสิ่งแวดล้อม ทางธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อ มนุษย์หลาย
ประการ เช่น ปัญหาการแปรปรวนของภูมิอากาศโลกการร่อยหรอ ของทรัพยากรธรรม
ชาติภัยพิบัติมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น มลพิษสิ่งแวดล้อมขยายขอบเขต กว้างขวางมาก
ขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรง ต่อการดำรงอยู่และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของมนุษย์ เพื่อ
ป้องกันปัญหาดังกล่าวทุกคนจึงต้อง ตระหนักถึง ปัญหาร่วมกัน โดยศึกษาถึงลักษณะ
ของปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น ตลอดจนแสวงหาแนวทางในการ ป้องกันเพื่อแก้ปัญหา

ผลกระทบที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีที่มีต่อสิ่งแวดล้อม



เทคโนโลยี คือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยประโยชน์หากนำมาใช้อย่างไม่ระมัด
ระวังก็จะส่งผล กระทบต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในระยะที่ผ่าน
มามนุษย์ได้พัฒนาเทคโนโลยี มาใช้ประโยชน์ในทุก ๆ ด้าน แต่ในทางตรงกันข้าม ผล
จากการใช้อย่างขาดสติก็ได้ส่งผลกระทบต่อทั้งมนุษย์ และสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน ดังนี้

1. ผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นปัจจัยสำคัญ ในการ ดำรงชีวิตของทั้ง มนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งมวลถูกทำลาย และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คือ

(1) การสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่
- การสูญเสียทรัพยากรดิน เกิดปัญหาการพังทลายของดิน ดินเสื่อมคุณภาพ อันเป็นผล
จากการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร การใช้สารเคมีในการเกษตร
- การสูญเสียทรัพยากรน้ำ เช่น แหล่งต้นน้ำลำธารถูกทำลาย ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาน้ำ
เน่าเสีย การทิ้งสิ่งปฏิกูลที่ย่อยสลายได้ยาก และปล่อยสารเคมีลงสู่แหล่งน้ำ
- การสูญเสียทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าอันเนื่องมาจากการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ใน
การทำลายป่าอันเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า
- การสูญเสียทรัพยากรแร่ธาตุ และพลังงานจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้มีการนำทรัพยากรแร่ธาตุมาใช้อย่างแพร่หลายโดยเฉพาะพลังงาน ปีหนึ่ง ๆ ต้อง
สูญเสีย งบประมาณในการ จัดหาพลังงานมาใช้เป็นจำนวนมหาศาล

(2) สูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
หลังจากที่สิ่งมีชีวิตก่อกำเนิดขึ้นบนโลก จากนั้นได้วิวัฒนาการเพิ่มจำนวนและชนิด
มากขึ้นเป็นลำดับ ต่อจากนั้น ผลจากการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม ตามธรรมชาติ
ทำให้สิ่งมีชีวิตมีแนวโน้มสูญพันธุ์อย่างช้า และมีการคาดการณ์ว่าสิ่งมีชีวิต จะมีอัตรา
การสูญพันธุ์ เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1,000 เท่า

(3) การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก กิจกรรมของมนุษย์หลายประการมีผลต่อการเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศ ซึ่งจะส่งผลต่อ
มนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งในปัจจุบันและในอนาคต



การเกิดภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect) สาเหตุสืบเนื่องมาจากการสะสมของ ก๊าซที่มีคุณสมบัติในการดูดซับความร้อนจาก
ดวงอาทิตย์ เช่น ก๊าซคาร์บอน ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง ที่เป็นซากสิ่งมีชีวิต
และก๊าซมีเทนซึ่งเกิดจากการเน่าเปื่อยของสิ่งมีชีวิตเป็นต้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการตั้ง
ถิ่นฐานมนุษย์ เนื่องจากระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ระบบนิเวศจะเปลี่ยนแปลงจากภาวะปัจจุบัน
บรรยากาศโอโซนถูกทำลาย ในปัจจุบันได้เกิดภาวะที่รุนแรงขึ้นกับโลก และกำลังมี ผล
กระทบต่อสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่บนโลกทั้งบนบก และในทะเลคือ การที่รังสี
ีอัลตราไวโอเลตส่องผ่าน ชั้นบรรยากาศลงสู่พื้นโลกมากเกินไป เนื่องจากบรรยากาศ
ชั้นโอโซนถูกทำลาย

(4) เกิดปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม
หมายถึง ของเสียหรือสิ่งแปลกปลอมที่ปนเปื้อน และก่อให้ เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งประกอบด้วยมลพิษจากแหล่งชุมชน มลพิษจากแหล่งอุตสาหกรรม และมลพิษ จาก
แหล่งเกษตรกรรม

2. ผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยีที่มีต่อสิ่งแวดล้อมทางสังคม นอกจากจะส่งผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติแล้ว หากนำมาใช้อย่างไม่
่ระมัดระวังก็จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางสังคม และวัฒนธรรมของมนุษย์ได้ เช่น

(1) ปัญหาการเพิ่มประชากรอย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ หากไม่มีการป้องกันหรือ
แก้ไข ในอนาคตก็จะเกิดปัญหาวิกฤติประชากรได้

(2) สูญเสียความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เกิดจากความเจริญก้าวหน้า ด้านการคมนาคม ขนส่ง การสื่อสาร ทำให้เกิดการแลก
เปลี่ยนวัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งคนรุ่นหลัง ไม่มีเวลาในการคัดเลือกสิ่งดี ๆ ของ
ภูมิปัญญาดั้งเดิมมาปรับใช้

(3) สูญเสียความเข้มแข็งของสถาบันทางสังคม สถาบันต่าง ๆ
ทางสังคม เช่น ครอบครัว ชุมชนศาสนาการศึกษามีบทบาทต่อวิถีชีวิตของสมาชิก
ในสังคมน้อยลง สื่อและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาทำให้เกิด ปัญหาต่าง ๆ ตามมา เช่น ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม โสเภณี คอร์รัปชัน การว่างงาน

ที่มา:http://www.geocities.com/mai_yhee/b19.htm

ปัญหาโลกร้อนยังไม่หมด หวั่นชาติที่เป็นเกาะอาจหายตัว

ปัญหาโลกร้อนยังไม่หมด หวั่นชาติที่เป็นเกาะอาจหายตัว




รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานของสหรัฐฯนายสตีเวน ชู กล่าวเตือนว่า หากชาติต่างๆยังคงทำหูเอานา เอาตาไปไร่ในเรื่องความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศอีกต่อไป โดยไม่ทำอะไรเลย ชาติที่เป็นเกาะบางชาติอาจจะหายไปเฉย ๆ

รัฐมนตรีซึ่งร่วมคณะของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ไปเยือนตรินิแดดและโตเบโก สองชาติซึ่งเป็นเกาะ บอกในการให้สัมภาษณ์ว่า ประธานาธิบดี โอบามา จะเร่งเร้าผลักดันผู้นำของชาติต่าง ๆ ในที่ประชุมสุดยอดผู้นำของชาติประชาธิปไตยซีกโลกตะวันตก เพื่อให้ช่วยกันหยุดยั้งอุณหภูมิของโลกที่กำลังเพิ่มขึ้น เขาระบุว่าโลกที่ร้อนขึ้นทำให้เกิดพายุเฮอริเคนที่ก่อความเสียหายย่อยยับ และระดับน้ำในมหาสมุทรก็สูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง

เขา เผยด้วยว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะสนับสนุนเพื่อนผู้นำชาติต่าง ๆ ให้คำนึงถึงการใช้พลังงานให้คุ้มค่า เพื่อช่วยต่อต้านความปรวนแปรของดินฟ้าอากาศ โดยได้ยกตัวอย่างตู้เย็นว่า แม้จะมีขนาดโตขึ้นแต่ประสิทธิภาพสูงกว่าของสมัยเมื่อปี พ.ศ. 2518 ถึง 4 เท่า

อีเมลขยะ ภัยเงียบ..ปล่อยคาร์บอน 17 ล้านตันต่อปี

อีเมลขยะ ภัยเงียบ..ปล่อยคาร์บอน 17 ล้านตันต่อปี




ในความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ ต้นตอของปัญหาโลกร้อนที่นึกถึงได้ทันที คงต้องยกให้กับโรงงานอุตฯ ท่อไอเสียจากรถยนต์ และเครื่องใช้ไฮเทคนานาชนิด ซึ่งเป็นตัวการของการปล่อยก๊าซพิษ "คาร์บอนไดออกไซด์"

ออก ไปทำลายชั้นบรรยากาศของโลกจนถึงขั้นที่ผู้เกี่ยวข้องหลายหลายฝ่าย รวมถึงเวทีประชุมระดับโลกหลายเวทียกเป็นประเด็นหลักที่ต้องเร่งหาทางออก หากแต่ผลวิจัยฉบับล่าสุดจากองค์กรด้านสภาพภูมิอากาศ "ไอซีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล" และผู้พัฒนาโซลูชั่นป้องกันไวรัส "แมคอาฟี" กำลังชี้ให้เห็น "ภัยเงียบ" หน้าใหม่ที่กำลังทำสถิติไต่อันดับตัวการของสาเหตุโลกร้อนอันดับต้นๆ ของโลกในเร็ววันนี้

'สแปม'ภัยเงียบหน้าใหม่
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า อีเมลขยะหรือ "สแปม คือภัยเงียบ ที่กำลังจะกล่าวถึง โดยจากการศึกษาผลข้างเคียงจากการปล่อยสแปมพบว่า จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ชนิดนี้ใช้พลังงานโดยรวมสูงกว่า 3.3 หมื่นล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงทุกปี ซึ่งเป็นปริมาณกระแสไฟที่เพียงพอต่อการใช้งานในบ้านมากกว่า 2.4 ล้านครัวเรือน โดยผลจากการติดตามปริมาณคาร์บอนที่เกิดจากการใช้อีเมลขยะ (คาร์บอน ฟุตพรินท์ ออฟ อีเมล สแปม) ประเมินได้ว่า ปัจจุบันมีสแปมถูกส่งไปทั่วโลกราว 62 ล้านล้านฉบับทุกปี ซึ่งทั้ง" ไอซีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล" และ "แมคอาฟี" ร่วมกันทำวิจัยพบว่า ปริมาณสแปมดังกล่าวเป็นต้นตอของการปล่อยก๊าซพิษคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึงกว่า 17 ล้านตัน ในจำนวนนี้เป็นพลังงานที่ต้องสูญเสียไปกับ การอ่านอีเมล และลบทิ้งสแปมราว 80% ของพลังงานทั้งหมด นอกจากนี้ผลการศึกษาดังกล่าวยังพบว่า ผู้ใช้งานในองค์กรโดยเฉลี่ยเป็นกลุ่มที่สร้างคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 131 กิโลกรัมทุกปี ซึ่งในจำนวนนี้มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับสแปมถึง 22%

กำจัดรถ=กำจัดสแปม
ไอซีเอฟระบุว่า ตัวกรองสแปมสามารถลดสแปมที่ไม่ต้องการได้ 75% หรือเทียบได้กับการนำรถยนต์ที่เป็นต้นตอของการปล่อยก๊าซพิษตัวเดียวกัน ออกจากถนนได้ถึง 2.3 ล้านคัน อย่างไรก็ตาม ไอซีเอฟเชื่อว่า แม้การใช้ตัวกรองสแปมจะช่วยลดการสูญเสียพลังงานได้มีประสิทธิภาพ หากแต่การกำจัดต้นตอของการปล่อยอีเมลไม่พึงประสงค์น่าจะให้ผลในระยะยาวที่ดี กว่า รายงานดังกล่าวได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาของ "แมคโคโล (MaColo)" บริษัทรับฝากเว็บไซต์ในสหรัฐฯ ซึ่งว่ากันว่าเป็นเว็บ โฮสติ้งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสแปมเมอร์จำนวนมาก โดยหลังจากที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต 2 รายได้ทำการยกเลิกการเชื่อมต่อระบบกับเว็บของบริษัทดังกล่าว ส่งผลให้ปริมาณสแปมทั่วโลกลดลงถึง 70% แมคอาฟี ระบุว่า แม้จะยับยั้งได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่ในเมื่อการกำจัดสแปม เทียบได้กับการนำรถยนต์ออกจากท้องถนนได้ถึง 2.2 ล้านคัน ฉะนั้นการจัดการกับสแปมก็ควรเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญรณรงค์ลดการปล่อยก๊าซ คาร์บอนด้วยเช่นกัน

นายริชี เจนนิงส์ นักวิเคราะห์อิสระด้านสแปม หนึ่งในผู้ร่วมทีมทำรายงานในครั้งนี้ ระบุว่า สถิติดังกล่าวเป็นข้อมูลที่คิดจากการใช้พลังงานส่วนเกินเพื่อจัดการกับสแปม

'บอต'ตัวการสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นฮอตเกี่ยวกับสแปมได้ถูกรายงานตามกันมาติดๆ โดยล่าสุดบริษัทโซลูชั่นด้านความปลอดภัย "ไซแมนเทค" ได้เปิดเผยรายงานประจำปีเกี่ยวกับภัยคุกคามบนอินเทอร์เน็ตที่จัดทำขึ้น 2 ครั้งต่อปี พบว่า ปริมาณสแปมเพิ่มขึ้นถึง 192% โดยเครือข่ายบอต (โปรแกรมอัตโนมัติสำหรับทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งบนอินเทอร์เน็ต) เป็นต้นตอของการปล่อยอีเมลไม่พึงประสงค์ดังกล่าวมากกว่า 90% นายเจนนิงส์ บอกว่า แม้ทั้งแมคอาฟี และไซแมนเทค จะใช้กลวิธีในการวัดปริมาณสแปมแตกต่างกัน แต่ทั้ง 2 บริษัทก็เห็นพ้องต้องกันถึงสถิติของเครือข่ายบอตที่เกิดขึ้น " สแปมส่วนใหญ่ถูกส่งผ่านโดยโปรแกรมบอตเน็ต ซึ่งเราจะได้รับหนอนร้ายคอนฟิกเกอร์ (Conficker) เข้ามาสร้างเครือข่ายมหัศจรรย์ที่เชื่อได้เลยว่า มันจะเป็นโปรแกรมชั่วร้ายที่ใช้กระหน่ำส่งสแปมออกไปยังคอมพิวเตอร์เครื่อง อื่นๆ" นายเจนนิงส์กล่าว ขณะที่สถานการณ์อีเมลขยะล่าสุดเดือนเม.ย. "ไซแมนเทค" พบว่า การปิดตัวลงของแมคโคโล ส่งผลกระทบต่อปริมาณอีเมลขยะในภาพรวมลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแม้ปริมาณอีเมลขยะจะเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่เท่ากับในช่วงก่อนหน้าที่จะมีเหตุการณ์ดังกล่าว